วิธีการใช้ Data ทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกคน วันนี้เราจะมานำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการใช้ Data ทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนะคะ ก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนเลยว่า เรื่องที่เรากำลังจะนำเสนอให้ทุกคนฟังนั้น เป็นการสรุปเนื้อหาจากการฟัง Podcast เรื่อง วิธีการใช้ Data ทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเราจะใส่ข้อคิดเห็น และทัศนะคติของเราลงไปนิดหน่อย เพื่อเป็นการประกอบการเขียนบล็อกในเรื่องนี้ด้วย เรามาเริ่มเข้าสู่เนื้อหากันเลยดีกว่านะคะ
![]() |
| ที่มา : https://www.dailytech.in.th/wp-content/uploads/2016/09/Data-Scientist.jpg |
เนื้อหาของการสรุปนี้เป็นบทสนทนาของ คุณ เคน นครินทร์ (Host) สนทนากับ ดร.ต้า วิโรจน์ จิรพัฒนกุล (Guest) อดีต Data scientist ของ Facebook และ CEO ของ Skooldio สถาบันสอนเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่องของ Data เนื้อหาในบทสนทนานี้ประกอบได้ด้วย 11 หัวข้อ เป็นคำถามเกี่ยวกับ Data ที่จะนำไปใช้ในองค์กรให้ประสบผลสำเร็จได้อย่างไร
เริ่มที่คำถามแรกกันเลยนะคะ Data science คืออะไร
Data science คือ การนำเอาข้อมูลมาสร้างคุณค่าหรือมูลค่าทางธุรกิจ ถูกพัฒนามาจากการทำสถิตินั่นเองค่ะ Data science เป็นงานที่เกิดการวิวัฒนาการ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นนักสถิติ นักวิเคราะห์ เป็นต้น แต่ในปัจจุบัน คนนิยมหันมาเรียกกันว่า Data scientist คนที่เป็น Data scientist จะต้องสามารถเขียนโปรแกรม หรือเขียน Code ได้ สามารถดึงข้อมูลและประมวลผลข้อมูลจำนวนมากๆได้ ในภาคธุรกิจจะมีการนำข้อมูลต่างๆ จากจำนวนผู้ใช้งาน Internet มาใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจ โดยจะมี Data scientist คอยช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้
![]() |
| ที่มา : https://www.google.com/url? |
ทำไมเราจึงใช้ Data มากขึ้นในปัจจุบัน
สำหรับการใช้ Data ของมนุษย์เรา ได้มีการใช้ข้อมูลมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้านี้แล้ว แต่เป็นข้อมูลในรูปแบบที่แตกต่างจากปัจจุบัน และไม่เป็นทางการ เช่น การทำร้านอาหาร เมื่อมีลูกค้าเข้ามาสั่งอาหารที่ร้าน หากเราจดจำได้ว่าลูกค้าคนนี้ได้มาทานอาหารที่ร้านเป็นประจำ และเลือกทานเมนูซ้ำเดิมในทุกครั้งที่มาใช้บริการ นั่นคือข้อมูลที่เรามีอยู่ในหัวของเรา เป็นข้อมูลที่ถูกจัดเก็บแบบเฉพาะตัวบุลคล ซึ่งข้อมูลนี้ยังไม่ถูกนำมาทำให้เป็นทางการหรือทำให้เป็นระบบระเบียบ เหมือนในยุคปัจจุบัน การใช้ Data ในปัจจุบันทำให้เราสามารถบริหารจัดการข้อมูลของกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเรารู้จักการจัดการกับข้อมูลก็อาจจะส่งผลให้ยอดขายของธุรกิจเพิ่มขึ้นอีกด้วย
หากไม่นำ Data มาใช้จะส่งผลเสียอะไรบ้าง
หากไม่นำเอา Data ใช้เราจะเสียโอกาสเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะต่อองค์กร เพราะจะทำให้องค์กรไม่สาทมารถวัดผลหรือประมวลผลได้ จนทำให้ไม่สามารถพัฒนาองค์กรหรือทราบว่าองค์กรของตนนั้นมีจุดยืนอยู่จัดไหน และต้องปรับปรุงส่วนไหนขององค์กรบ้าง หากองค์กรมีการเก็บข็อมูลและจำแนกข้อมูลออกมาให้เป็นหมวดหมู่ ก็จะช่วยให้องค์กรรู้จุดยืนของตนเองแบบชัดเจนมากขึ้น และยังสามารถพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้
![]() |
| ที่มา : https://www.charoentech.com/assets/img/blog |
ควรเริ่มต้นเก็บข้อมูลอย่างไร
ควรเริ่มโดยการเก็บข้อมูลอย่างละเอียดจากกลุ่มลูกค้าที่เราสนใจ นำเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรไปวิเคราะห์ และนำเอาข้อมูลที่เก็บได้ไปสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ การเก็บข้อมูลยังต้องรู้เป้าหมายที่ชัดเจน ต้องรู้ว่าเราจัดการข้อมูลที่ได้มาอย่างไร และข้อมูลเหล่านั้นช่วยขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างไร
ข้อแนะนำสำหรับคนที่ไม่รู้วิธีการใช้ Data
ทุกคนคงเคยได้ยินประโยคนี้ว่า หากเราต้องการพัฒนาทักษะในเรื่องใด ให้เราเอาตัวเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สามารถทำให้เราเรียนรู้และพัฒนาทักษะในด้านนั้นๆ การทำงานกับคนที่ชำนาญในด้านของข้อมูลเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถเรียนรู้ พัฒนา วิเคราะห์ และสามารถใช้ Data ได้
ตัวอย่างการใช้เครื่องมือในการเก็บ Data
ในบทสนทนานี้ ดร.ต้าแนะนำเครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลของ Facebook เป็นการเก็บข้อมูล ณ ปัจจุบัน ที่ทำให้เรามองเห็นภาพได้มากที่สุด เครื่องมือนี้เรียกว่า Facebook Pixel เป็นเครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลได้ เพียงแค่เราเอา Code ไปวางที่หน้าเว็บไซต์ หากผู้ใช้งานหรือลูกค้าเปิด Facebook อยู่เราก็จะได้ข้อมูลนั้นมาทันที ซึ่งข้อมูลที่ได้มานั้น จะทำให้เราสามารถกำหนดกลยุทธ์ในการทำตลาดได้ เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลยังมีอีกหลายรูปแบบ เช่นการทำแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ เอกสารรายงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลสถิติ หรือผลตัวเลขต่างๆ และการวิจัย
![]() |
| ที่มา : https://help.wnpower.com/hc/article_attachments/360016210071/1.png |
สามารถเรียนรู้อะไรได้บ้างจากบริษัทที่เป็น Data Driven
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับ Data Driven กันก่อนนะคะ Data Driven คือ การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล การตัดสินใจเกิดขึ้นโดยการใช้ข้อมูล ข้อมูลที่ว่านั้น ยังต้องเป็นข้อมูลที่มีระบบ สามารถทำก่อให้เกิดการตัดสินใจได้อย่างทันที ในปัจจุบันการตัดสินใจด้วยประสบการณ์อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ได้รวดเร็วเท่าที่ต้องการ และยังทำให้องค์กรเกิดความล่าช้าในการทำงาน เป็นผลเสียที่สามารถทำให้มีโอกาสเสียผลประโยชน์ต่อองค์กร และคู่แข่งอาจจะแซงหน้าเราไปได้ ตัวอย่างบริษัทที่เป็น Data Driven ก็คือ Walmart ที่เน้นการจัดโปรโมชั่น ต่อราคาเพื่อดึงลูกค้าให้กลับมาใช้งานอีกครั้ง
![]() |
ที่มา : https://1869.smushcdn.com/1694006/wp-content/uploads/2020/04/21249-1140x758.jpg?lossy=0&strip=1&webp=1 |
ดร.ต้า กล่าวว่า จะต้องเป็นบุคคลที่ช่างสังเกต พยายามคิดจากสิ่งที่เจอ และต่อยอดข้อมูลที่มีได้ นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น เราขอเพิ่มอีกหนึ่งอย่างก็คือ การคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่เราเข้าใปเก็บข้อมูลเพื่อจะนำเอาข้อมูลนั่นมาใช้หาผลประโยชน์ให้กับองค์กร
![]() |
| ที่มา : https://brandbuffet.in.th/wp-content/uploads/2018/01/shutterstock_599666237.jpg |
การสร้างองค์กรแบบ Data Driven สามารถทำได้อย่างไร
ดร.ต้า ได้สรุปไว้ 3 อย่างก็คือ การเก็บข้อมูล เครื่องมือ และความรู้
การเก็บข้อมูล ต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และพร้อมใช้งาน เครื่องมือ ทุกคนในองค์กรสามารถให้เครื่องมือที่ใช้ดึงข้อมูลมาใช้ได้ เช่น การใช้Excel และการทำกราฟ เท่านี้ก็จะสามารถช่วยให้การนำข้อมูลไปใช้งายขึ้นไปอีก ความรู้ บุคลากรในองค์กรจะต้องรู้เรื่อของสถิติ ต้องเข้าใจ วิเคราะห์เป็น และถูกต้อง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทุกคนในองค์กรจะต้องนำข้อมูลมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้
ความเข้าใจผิดในการใช้ Data
ความเข้าใจผิดส่วนใหญ่คือ การที่ผู้บริหารมองเห็นผลที่ปลายทางก่อนจุดเริ่มต้น รวมทั้งขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องใช้ในการทำ Data ความต้องการของผู้บริหารหลักจึงไปกดดันบุคลากรภายในองค์กรที่ยังไม่มีความพร้อมในด้านนี้ การใช้ Data ต้องค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆก่อน เริ่มเก็บข้อมูลควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ให้ออกมาตรงตามเป้าหมายที่องค์กรต้องการ
การใช้ Data ในอนาคตจะมีมุมมองอย่างไร
ในอนาคต หากคนที่ยังตามไม่ทัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรีบเรียนรู้ และคนที่ไม่ได้สนใจหรือไม่ใช้ Data อาจจะสูญเสียโอกาสทางธุรกิจไปได้ เรื่อง Data ในปัจจุบันกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของเราไปแล้ว มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เรื่องยากถูกทำให้เป็นเรื่องง่าย เช่น การใช้ AI ในองค์กรอุตสาหกรรม เพียงส่งข้อมูลให้กับ AI ก็ไม่จำเป็นต้องมีทีมงานกลุ่มใหญ่ในการบริหารงาน นี่อาจกลายเป็นผลเสียหลักต่อแรงงานมนุษย์ เพราะถูก AI เข้ามาแทนที่ ดร.ต้า ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ความยากของการใช้ Data น่าจะขึ้นอยู่กับความเข้าใจในข้อมูล และการรู้ว่าโอกาสขององค์กรอยูจุดไหน สามารถนำมาใช้ได้ในส่วนใดขององค์กร และท้ายที่สุดคือ ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าจะจัดการกับข้อมูลที่เรามีได้อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับองค์กรมากที่สุด
| ที่มา : https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images? |
จากความคิดเห็นส่วนตัว เราคิดว่าการนำ Data มาใช้งานจะเป็นประโยชน์กับบุคลากรที่ปฎิบัติงานอยู่ในองค์การได้เป็นอย่างมาก เพราะหากองค์กรยังไม่สามารถรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลมาให้คนในองค์กรรู้ได้ ก็จะทำให้ถูกขับเคลื่อนไปในทิศทางที่เสียผลประโยชน์มากขึ้น
ในปัจจุบันการเก็บข้อมูลเกิดขึ้นหลายรูปแบบ เครื่อมมือและวิธีการเก็บข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลของ Facebook Pixel หรือจากทางใดก็ตาม ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ และนอกจากบุคลากรในองค์กรที่สามารถรู้ข้อมูลของลูกค้าที่ได้ตามเก็บมา องค์กรมีมาตราการป้องกันข้อมูลเหล่านั้นอย่างไร โดยที่ไม่ให้ข้อมูลเหล่านั้นรั่วไหลออกไป
![]() |
| ที่มา : https://miro.medium.com/max/10000/1*i6wbVWz7OPVfbU1ermA2NA.jpeg |
เป็นยังไงกันบ้างคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านทุกคนจะพอเข้าในเรื่องของ Data Science กันนะคะ ต้องขอขอบคุณเรื่องราวต้นฉบับจาก The Secret Sauce ที่เราได้ใช้ในการเขียนบล็อกนี้ขึ้นมา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะคะ ทิ้งไว้เพียงเท่านี้ และขอตัวลาไปก่อน สวัสดีค่ะ
อ้างอิง :
https://thestandard.co/podcast/thesecretsauce123/
https://www.coraline.co.th/single-post/What-is-Data-Driven-Business
VDO :
https://www.youtube.com/watch?v=9HWQfItJSQQ








ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น